| วันที่วิเคราะห์ | 26 กันยายน 2026 (v2 · v1 เขียน 13 ก.ย.) |
| ราคาอ้างอิง | 65.00 บาท (7 ก.ย. 2026) |
| Market cap / EV | ~292 พันล้าน / ~402 พันล้าน |
| Horizon | 3 ปี |
| Track | Compounder — รายได้ค่าเช่า 88% · ดู S1 |
| สถานะ | COMPLETE v1 เคยเป็น INCOMPLETE |
| Framework | thesis-pipeline v1.0 |
อ่านก่อน v2 — ข้อมูลบังคับครบแล้ว
ผลลัพธ์ของ framework การวิเคราะห์ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
ราคาอ้างอิง 65.00 ณ 7 ก.ย. 2026 ส่วนอัตราส่วนหลายตัว (ROE, ROIC, WACC, margin) ยังมาจากสแนปช็อตเดิมของ v1 — ควรดึงราคาใหม่ก่อนใช้
ต้นฉบับ v2 เขียนต่อจาก v1 ฉบับก่อนแก้ จึงกลับไปใช้ payout 48.12% และ net debt ติดลบ ซึ่งเล่มนี้แก้ไปแล้วตั้งแต่ 13–14 ก.ย. · หน้านี้ใช้ตัวเลขที่แก้แล้ว และจุดที่ต่างจากต้นฉบับ v2 ติดป้าย แก้ 26 ก.ย.ไว้ตรงจุดนั้น
สิ่งที่เปลี่ยนจาก v1
v1 ติดป้าย INCOMPLETE เพราะหา capex และ FCF ไม่ได้เลย ทั้งที่ CPN กำลังลงทุนหนักที่สุดในกลุ่ม รอบนี้ได้ตัวเลขแล้ว และคำตอบดีกว่าที่กลัวไว้
| ประเด็น | v1 | v2 |
|---|---|---|
| Capex | ไม่มีข้อมูล | 120 พันล้าน ผูกพัน 5 ปี (2025–2029) ≈ 24 พันล้าน/ปี |
| D&A | ไม่มีข้อมูล | ~5.04 พันล้าน (EBITDA − EBIT) |
| FCF | คำนวณไม่ได้ | ~16 พันล้าน เป็นบวก |
| ปันผลมาจากเงินสดธุรกิจไหม | ตอบไม่ได้ | ใช่ ครอบคลุม 1.48 เท่า |
| ผลประกอบการล่าสุด | ถึง TTM มิ.ย. | Q2/2026 ครบ + 1H26 |
| อัตราการเช่า | ไม่มีข้อมูล | 91% |
| คุณภาพกำไร | สงสัยว่ามีการตีมูลค่าปน | ตรวจแล้ว ปนน้อยมาก (2.1%) |
ข้อสรุปของการอัปเดต
ความกังวลหลักใน v1 ตกไป แต่มีประเด็นใหม่ขึ้นมาแทนหนึ่งข้อ — บริษัทตั้งเป้าเติบโตต่ำกว่าที่ทำได้จริงเกือบสามเท่า (ดู S5c) และ kill trigger #1 ต้องปรับเพราะตัวเลขจริงอยู่ใกล้เส้น (ดู S7)
ข้อสรุป
- FCF เป็นบวกจริงและปันผลมาจากธุรกิจ ไม่ได้มาจากการกู้ — OCF 39.95 พันล้าน หัก capex ~24 พันล้าน เหลือ ~16 พันล้าน ครอบคลุมปันผล 10.77 พันล้านได้ 1.48 เท่า ยืนยันซ้ำด้วย net D/E ตามนิยามของบริษัทที่ลดลงต่อเนื่อง 0.82 → 0.71 → 0.58 → 0.50 · ลงทุนหนัก จ่ายปันผลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และลดหนี้ไปพร้อมกัน — ทำสามอย่างพร้อมกันได้แปลว่ากระแสเงินสดของจริง
- กำไรที่รายงานต่ำกว่าผลงานจริง — Q2/26 กำไรสุทธิ +10% แต่กำไรจากการดำเนินงานหลักที่ตัดรายการพิเศษออกแล้ว +19% ตรงข้ามกับ ADVANC ที่ตัวเลขพาดหัวสวยเกินจริง
- โครงสร้างรายได้แข็งกว่าที่ v1 ประเมิน — ค่าเช่าและบริการคิดเป็น 88% ของรายได้ และทำสถิติสูงสุด 4 ไตรมาสติด ส่วนที่ lumpy (ขายอสังหา โรงแรม) เล็กกว่าที่คิด
ประเด็นที่ต้องตัดสินใจ
ความเสี่ยงหลักย้ายจาก "ไม่รู้ว่าเงินสดไปไหน" มาเป็น "ไม่รู้ว่าการเติบโตจะอยู่ที่ระดับไหน" — ผู้บริหารตั้งเป้าค้าปลีก ~5% ต่อปี ขณะที่ทำได้จริง 13.9% ในครึ่งปีนี้
S0Data Intake อัปเดต
ราคาและ valuation ณ 65.00 บาท
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| ราคา | 65.00 (7 ก.ย. 2026) |
| Market cap / EV | ~291.9B / ~401.5B |
| จำนวนหุ้น | 4.49 พันล้าน |
| Revenue TTM | 55.59B |
| Net income TTM | 19.58B |
| EPS TTM | 4.37 |
| P/E (ที่ 65) | 14.87 |
| Forward P/E | ~14.4 |
| P/BV | 2.54ฐานผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่: 65 ÷ BVPS 25.57 · equity รวม 124.19B สูงกว่าฐาน BVPS ราว 9.4B (แก้ 13 ก.ย. ใน v1) |
| BVPS | 25.57 |
| EV/EBITDA | ~12.6 |
| ROE / ROIC / ROCE | 16.76% / 9.26% / 10.20% |
| WACC | 6.03% |
| Dividend yield | 3.69% (2.40 ÷ 65) |
| Earnings yield | 6.72% |
| FCF yield | ~5.5% ใหม่ |
| Bond 10 ปีไทย | 2.30% |
งบและอัตราส่วน
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| EBITDA / EBIT | 31.97B / 26.93B |
| D&A (คำนวณ) | ~5.04B |
| OCF | 39.95B |
| Capex (ผูกพัน) | ~24B/ปีแผน 120 พันล้าน ÷ 5 ปี — ตัวเลขที่บริษัทผูกพัน ยังไม่ใช่ capex ที่เกิดจริงจากงบกระแสเงินสด |
| FCF (คำนวณ) | ~15.95B |
| ปันผลจ่ายรวม | 10.77B (2.40 × 4.49 พันล้านหุ้น) |
| FCF ÷ ปันผล | 1.48 เท่า แก้ 26 ก.ย.15.95 ÷ 10.77 · ต้นฉบับ v2 เขียน 1.49 ซึ่งได้เมื่อปัด FCF เป็น 16 ก่อนหาร |
| Payout | 57.17% (ผลประกอบการปี 2025) แก้ 26 ก.ย.ตามที่แก้ใน v1 เมื่อ 14 ก.ย. (CPN IR / หนังสือเชิญประชุม AGM 2026) · ต้นฉบับ v2 กลับไปใช้ 48.12% ซึ่งเป็นปันผลปี 2024 (2.10 บาท) หารด้วย EPS วันนี้ |
| D/E | 0.93 |
| เงินสด / หนี้ | 6.34B / 115.98B |
| Net debt | 109.64B (24.43/หุ้น) แก้ 26 ก.ย.หนี้ 115.98B − เงินสด 6.34B · ต้นฉบับ v2 ใส่เครื่องหมายลบกลับมาอีกครั้ง ซึ่ง v1 แก้ไปแล้วเมื่อ 13 ก.ย. |
| Net D/E | ~0.50 ตามนิยามของบริษัท และกำลังลดลง แก้ 26 ก.ย.ถ้าคิดจากตารางนี้ net debt 109.64B ÷ equity 124.19B ได้ 0.88 — คนละนิยามกัน ตัวเลขของบริษัทน่าจะนับเฉพาะหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย ยังไม่ได้ตรวจกับงบ · ห้ามเทียบข้ามนิยาม |
| Debt/EBITDA | 3.28 |
| Interest coverage | 7.04 |
| Equity | 124.19B |
| Gross / Op / Net margin | 62.03% / 48.45% / 35.23% |
| EBITDA margin | 57.52% |
| Asset turnover | 0.18 |
| Beta | 0.56 |
ผลประกอบการ Q2/2026 (ประกาศ ส.ค. 2026)
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| รายได้รวม | 13,105 ล้าน (+8% YoY) |
| กำไรสุทธิ | 4,750 ล้าน (+10% YoY) |
| กำไรจากการดำเนินงานหลัก | 4,652 ล้าน (+19% YoY) — สำคัญ |
| ค่าเช่าและบริการ | 11,530 ล้าน = 88% ของรายได้ — สถิติสูงสุด 4 ไตรมาสติด |
| โรงแรม | +5% |
| อัตราการเช่าทั้งพอร์ต | 91% |
| 1H26 กำไรสุทธิ | 9,912 ล้าน (จาก 8,700 ล้าน = +13.9%) |
| ปันผล | 2.40 บาท/หุ้น — สูงสุดเป็นประวัติการณ์ |
ผลประกอบการย้อนหลัง (ตัวเลขจากบริษัท)
| ปี | รายได้รวม | กำไรสุทธิ | Net margin | Net D/E |
|---|---|---|---|---|
| 2022 | 36,810 | 9,415 | 26% | 0.82 |
| 2023 | 46,790 | 13,916 | 30% | 0.71 |
| 2024 | 51,092 | 16,443 | 32% | 0.58 |
| Q3/2025 | 12,324 | 4,186 | 34% | 0.50 |
กำไรสุทธิโตเฉลี่ย 32% ต่อปีในช่วง 2022–2024 (ฐานต่ำจากโควิด) และ net margin ขยายจาก 26% เป็น 34% ต่อเนื่องทุกปี
ตัวเลขรายได้ของบริษัท (51,092 ล้านปี 2024) ต่างจากแหล่งข้อมูลภายนอกที่ v1 ใช้ (53.37 พันล้าน) เพราะนิยามรายได้ต่างกัน — ใช้ฐานเดียวกันเสมอเมื่อคำนวณอัตราการเติบโต
แบ่งตามธุรกิจ (ปี 2024)
| ธุรกิจ | รายได้ | สัดส่วน |
|---|---|---|
| ค่าเช่าและบริการ | 41,988 | 82% (Q2/26 ขึ้นเป็น 88%) |
| ขายอสังหาริมทรัพย์ | 6,231 | 12% |
| โรงแรม | 1,965 | 4% |
| อื่นๆ | 1,659 | 3% |
แก้ 26 ก.ย.สี่ธุรกิจรวมกันได้ 51,843 ล้าน มากกว่ารายได้รวม 51,092 ล้านอยู่ 751 ล้าน สัดส่วนจึงรวมได้ 101% — น่าจะต่างกันที่รายการระหว่างกันหรือรายได้อื่น ยังไม่ได้ตรวจกับงบ
S1Predictability Gate Compounder เต็มตัว
v1 จัดเป็น "ลูกผสม" เพราะไม่รู้สัดส่วนรายได้ recurring — ตอนนี้รู้แล้ว: 88%
| v1 ประเมิน | v2 ข้อเท็จจริง | |
|---|---|---|
| สัดส่วน recurring | ไม่ทราบ | 88% |
| ส่วน lumpy | อาจใหญ่ | ขายอสังหา 12% โรงแรม 4% |
| ความสม่ำเสมอของกำไร | ต้องยืนยัน | โต 3 ปีติด margin ขยายทุกปี |
คำตัดสิน: Compounder Track เต็มตัว ไม่ใช่ลูกผสมอีกต่อไป
ข้อสังเกตเดิมยังอยู่: asset turnover 0.18 ต่ำที่สุดในกลุ่ม (CPALL 1.09, BDMS 0.74, BH 0.70) · เมื่อประกอบกับ Debt/EBITDA 3.28x และแผนลงทุนขนาดใหญ่ จึงอ่อนไหวต่อต้นทุนเงินทุนสูงasset turnover ต่ำอย่างเดียวไม่ได้บอกความอ่อนไหวต่อดอกเบี้ย — ต้องดูโครงสร้างหนี้ อายุหนี้ ดอกเบี้ยคงที่หรือลอยตัว และตารางรีไฟแนนซ์ประกอบ (แก้ 13 ก.ย. ใน v1)
S2Business & Revenue Driver
v2 ระบุว่า S2 ไม่เปลี่ยนจาก v1 — เนื้อหาข้างล่างเป็นของ v1 ยกเว้นแผนลงทุนที่ตัวเลขจริงเปลี่ยน และเป้า 5 ปีของบริษัทที่เพิ่มเข้ามา
โครงสร้าง
ศูนย์การค้า 43 แห่งขึ้นไป + อาคารสำนักงาน + คอนโด + โรงแรม + สวนน้ำ
| โครงการที่กำลังเดินหน้า | มูลค่า |
|---|---|
| The Central Phaholyothin (เรือธง) | 21 พันล้าน |
| Central Park (ศูนย์ที่ 43) เฟสแรกเปิด 4 ก.ย. | เป้า 25 ล้านคนต่อปี |
| ขยาย Central Phuket | 7 พันล้าน |
| Central Krabi (ศูนย์ที่ 6 ในภาคใต้) | 4.5 พันล้าน |
| capex ที่ผูกพันรวม (2025–2029) | 120 พันล้านv1 ใช้แผน 33 โครงการ 110 พันล้านภายในปี 2030 · ตัวเลขจริงตาม guidance ของผู้บริหารคือ 120 พันล้านใน 5 ปี |
การตีตรา
| เซกเมนต์ | ประเภท | เหตุผล |
|---|---|---|
| ศูนย์การค้าทำเลหลัก | Consumer monopoly ชัดเจน | ที่ดินใจกลางเมืองมีจำกัด ผังเมืองจำกัด ผู้เช่าต้องการทราฟฟิก ผู้บริโภคไปที่ที่มีร้าน — network effect สองด้าน |
| ศูนย์การค้าต่างจังหวัด | สูงแต่อ่อนกว่า | |
| อาคารสำนักงาน | กึ่ง commodity | อุปทานใหม่เข้าตลาดได้ |
| ขายคอนโด | Commodity | แข่งกับผู้พัฒนาทุกราย |
| โรงแรม | Cyclical |
กำไรหลักมาจากค่าเช่าศูนย์การค้า ซึ่งเป็นขาที่ moat แข็งที่สุด — และ v2 ยืนยันแล้วว่าขานี้คิดเป็น 88% ของรายได้
Pricing power
สูง ค่าเช่าปรับขึ้นตามสัญญาเป็นขั้นบันไดโดยปกติ และผู้เช่าย้ายออกยากเพราะเสียฐานลูกค้า — margin 62% พิสูจน์ว่ามีจริง
เป้าหมายระยะ 5 ปีของบริษัท
| ธุรกิจ | เป้า CAGR |
|---|---|
| ค้าปลีก | ~5% |
| สำนักงาน | ~8% |
| ที่อยู่อาศัย | ~10% |
| Net D/E | คงไว้ที่ ~0.5x |
| ต้นทุนหนี้ | ลดลง 10–20 bps |
เป้าค้าปลีก ~5% ต่ำกว่าที่หลายฝ่ายคาด
ตัวเลขนี้สำคัญมากในการตั้งสมมติฐาน — ดู S5a และ S5c
S3Moat & Durability
| ประเภท | ความแข็ง |
|---|---|
| ทำเลที่ดินใจกลางเมือง | สูงมาก — สร้างใหม่ไม่ได้ |
| Network effect ผู้เช่า/ผู้บริโภค | สูงมาก |
| แบรนด์ "House of Global Brands" | สูง — แบรนด์ระดับโลกเลือกเปิดสาขาแรกในไทยที่นี่ |
| Scale ในการต่อรองกับผู้เช่า | สูง |
| Switching cost ของผู้เช่า | สูง |
ทดสอบหมื่นล้าน ผ่านขาดลอยที่สุดในกลุ่ม
เงินหมื่นล้านซื้อที่ดินกลางสยามหรือลาดพร้าวไม่ได้ เพราะไม่มีขาย
หลักฐานสนับสนุน moat ที่เพิ่มเข้ามาใน v2
- อัตราการเช่า 91% ทั้งพอร์ต ในภาวะเศรษฐกิจไทยอ่อน
- Deutsche Bank เลือก Central Park Offices เป็นสำนักงานใหญ่ประจำประเทศไทย
- คอนโด The Phyll Khonkaen ขายหมดใน 3 วัน มูลค่ากว่า 1.6 พันล้าน
- เปิด Central Khonkaen Campus และ Central Northville (ศูนย์การค้าในร่มแนวเอาต์ดอร์แห่งแรกของไทย)
- ปรับปรุง Central Pinklao และ Central Chaengwattana เสร็จ
- รางวัล Retail Asia Awards 2026 สองรายการ ต่อเนื่องปีที่สาม
ยืนยันว่า pricing power และการดึงผู้เช่ายังทำงาน — ค่าเช่าและบริการทำสถิติ 4 ไตรมาสติดในช่วงที่กำลังซื้อในประเทศอ่อน
จำนวนปีที่มั่นใจ
10 ปีขึ้นไป (ไม่เปลี่ยน) ทำเลไม่หายไปไหน ไม่ต้องต่ออายุใบอนุญาต ไม่พึ่งผู้ป่วยต่างชาติ
สิ่งที่จะทำลาย moat
- ดอกเบี้ยขึ้นแรง — ธุรกิจหนักสินทรัพย์ที่กู้ 116 พันล้าน กระทบตรงทั้งต้นทุนการเงินและมูลค่าสินทรัพย์
- พฤติกรรมผู้บริโภคย้ายไปออนไลน์ — ช้าแต่ต่อเนื่อง แม้ศูนย์การค้าไทยจะปรับตัวเป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์และอาหารได้ดี
- อุปทานพื้นที่ค้าปลีกล้นตลาด
- เศรษฐกิจไทยอ่อนยาว กระทบยอดขายผู้เช่าและอำนาจต่อรองค่าเช่า
S4Financials อัปเดตหนัก
ผลการตรวจ Trap
Trap 1 — buyback เล็กน้อย (0.27%)
Trap 2 — book value ยังต้องตรวจหนึ่งเรื่อง
- P/TBV ใกล้ P/BV แปลว่าแทบไม่มี goodwill — ดี
- equity รวม 124.19B สูงกว่าฐาน BVPS (25.57 × 4.49 = 114.8B) ราว 9.4B จึงใช้ P/BV ฐานผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ (แก้ 13 ก.ย. ใน v1)
- ยังต้องตรวจว่าบันทึกอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนด้วยราคาทุนหรือมูลค่ายุติธรรม — ดู D&A ข้างล่าง
Trap 3 — EPS สวยแต่ FCF ไม่ตาม แก้ได้แล้ว — FCF เป็นบวกจริง
FCF ครอบคลุมปันผล 1.48 เท่า — ความกังวลข้อ 3 ใน pre-mortem ของ v1 ("ปันผลอาจมาจากการกู้") ตกไป
หลักฐานยืนยันอิสระ: net D/E ตามนิยามของบริษัทลดลงต่อเนื่อง 0.82 (2022) → 0.71 (2023) → 0.58 (2024) → 0.50 (Q3/25) และลดลงอีกใน Q2/26 · บริษัทที่จ่ายปันผลด้วยเงินกู้จะมี net D/E เพิ่ม ไม่ใช่ลด
CPN ลงทุน 24 พันล้าน จ่ายปันผล 10.77 พันล้าน และลดหนี้ไปพร้อมกัน — ทำสามอย่างพร้อมกันได้ก็ต่อเมื่อกระแสเงินสดเป็นของจริง
Trap 4 — ROE จาก leverage พบระดับปานกลาง ทิศทางดีขึ้น
มี leverage ช่วยชัดเจน แต่ net D/E กำลังลดลงและต้นทุนหนี้กำลังถูกลง 10–20 bps → ทิศทางเป็นบวก
Trap 5 — คุณภาพกำไร ดีกว่าที่กลัว
v1 กังวลว่ากำไรสุทธิอาจมีกำไรจากการตีมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ปนอยู่ ตัวเลข Q2/26 ตอบคำถามนี้
รายการที่ไม่เกิดประจำคิดเป็นเพียง 2% ของกำไร — ต่ำกว่า kill trigger ที่ตั้งไว้ที่ 15% มาก · และการที่กำไรหลักโต 19% ขณะที่พาดหัวโต 10% แปลว่าไตรมาสเดียวกันปีก่อนมีรายการพิเศษมากกว่า → ผลงานจริงแข็งกว่าที่ตัวเลขพาดหัวบอก ตรงข้ามกับ ADVANC ที่กำไรพาดหัว +35% มาจากค่าเสื่อมที่ลดลง
Trap 7 (Bug 7) — minority interest ยังต้องตรวจ
CPN มีบริษัทร่วมและกองทรัสต์ — ต้องแยก parent equity ออกจาก total equity
D&A ที่คำนวณได้และสิ่งที่มันบอก
EBITDA 31.97B − EBIT 26.93B = D&A ~5.04B
D&A เพียง 5 พันล้าน เทียบ capex 24 พันล้าน = ลงทุนเกินค่าเสื่อมเกือบ 5 เท่า สองความหมาย:
- ฐานสินทรัพย์กำลังโตเร็วมาก — เป็นบวกถ้าผลตอบแทนคุ้ม
- D&A ที่ต่ำเทียบขนาดสินทรัพย์ ชี้ว่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนน่าจะบันทึกด้วยวิธีมูลค่ายุติธรรม (ไม่ตัดค่าเสื่อม) ซึ่งสอดคล้องกับที่มีรายการพิเศษอยู่บ้าง แต่รอบนี้เล็กมาก
ยังต้องตรวจจากงบจริง — ถ้าบางปีมีการตีมูลค่าใหม่ก้อนใหญ่ EPS ปีนั้นจะบิด
งบดุล
| D/E | 0.93 — ปานกลาง |
| Net D/E (บริษัท) | ~0.50 และลดลงทุกปี |
| Debt/EBITDA | 3.28 — รับได้สำหรับธุรกิจให้เช่าที่รายได้แน่นอน |
| Interest coverage | 7.04 — สบาย |
| Piotroski F | 5 จาก 9 — กลางๆ |
S5aValuation เลนส์ A — ตลาดคิดยังไง
| ตัวชี้วัด | ที่ราคา 65 |
|---|---|
| P/E | 14.87 |
| P/BV | 2.54 |
| EV/EBITDA | ~12.6 |
| Dividend yield | 3.69% |
PEG — ช่วงสมมติฐานกว้างขึ้นหลังได้ข้อมูลใหม่
| growth | ที่มา | PEG | PEGY |
|---|---|---|---|
| 5% | เป้า 5 ปีของบริษัทเอง (ค้าปลีก) | 2.97 | 1.71 |
| 6% | ประมาณการกำไรสุทธิ 3 ปีของนักวิเคราะห์ | 2.48 | 1.53 |
| 8% | ค่ากลางที่เลือกใช้ | 1.86 | 1.27 |
| 9.84% | consensus EPS growth | 1.51 | 1.10 |
| 13.9% | ผลจริง 1H26 | 1.07 | 0.84 |
| 19% | กำไรหลัก Q2/26 | 0.78 | 0.65 |
ช่วงกว้างมาก 0.78–2.97 — และนี่คือประเด็นสำคัญของ thesis นี้
ข้อมูลใหม่ทำให้ช่วงสมมติฐานกว้างขึ้น ไม่ใช่แคบลง เพราะเป้า 5 ปีของบริษัทเอง (~5%) ต่ำกว่าผลงานปัจจุบัน (13.9–19%) มาก
→ ผู้บริหารตั้งเป้าอนุรักษ์นิยม หรือการเติบโตปัจจุบันเป็นเพียงชั่วคราวจากการเปิดโครงการใหม่พร้อมกันหลายแห่ง · คำถามนี้ยังตอบไม่ได้ และเป็นตัวชี้ขาดของ thesis
Quality gate ผ่าน
ผ่าน และทิศทางดีขึ้นเล็กน้อยจากต้นทุนหนี้ที่ลด
ข้อควรระวังเฉพาะ CPN
WACC 6.03% สูงที่สุดในกลุ่ม (CPALL 4.71%, BDMS 5.50%, BH 5.45%) — สอดคล้องกับธุรกิจหนักสินทรัพย์ที่กู้เยอะ แต่ WACC เป็นค่าที่แหล่งข้อมูลประมาณจากโมเดล ไม่ใช่ราคาที่ตลาดประกาศ จึงไม่ควรอ่านว่าตลาดตัดสินแล้วว่า CPN เสี่ยงกว่า (แก้ 13 ก.ย. ใน v1)
S5bValuation เลนส์ B — ธุรกิจให้อะไร
Yield
Initial RoR = 4.37 ÷ 65.00 = 6.72%
| Yield | ค่า | ส่วนต่างเหนือ bond 2.30% |
|---|---|---|
| Earnings yield | 6.72% | +4.42 จุด |
| FCF yield | ~5.5% | +3.20 จุด — v1 คำนวณไม่ได้ |
| Dividend yield | 3.69% | +1.39 จุด |
FCF yield 5.5% กว้างกว่าพันธบัตร 3.2 จุด และนี่คือตัวเลขที่ซื่อสัตย์ที่สุด
Sustainable Growth — สูตรให้ค่าต่ำกว่าผลจริง
Retention = 1 − 57.17% = 42.83%
g = 16.76% × 42.83% = 7.18%
7.18% เทียบ consensus 9.84% และผลจริง 11–13% — ต่ำกว่าความจริงราว 2.7–5.8 จุด · retention 42.83% เกินเกณฑ์ 20% ที่เคยเสนอไว้สบาย แต่สูตรยังคลาด เกณฑ์นั้นจึงถูกถอนในกล่อง v1.1 ข้อ S5b
ฉบับแรกของ v1 คำนวณได้ 8.70% จาก payout 48.12% (ปันผลปี 2024) · เมื่อใช้ payout ปี 2025 ที่บริษัทประกาศ (57.17%) ได้ 7.18% — ส่วนต่างที่เหลือน่าจะมาจาก margin ที่ขยาย (net margin 26% ปี 2022 → 34% Q3/25) ไม่ใช่จากเงินที่ลงทุนซ้ำอย่างเดียว
ข้อสรุปสำคัญสำหรับ framework รันครบ 5 ตัว
สูตร g = ROE × retention รันครบ 5 ตัว
| หุ้น | Retention | สูตรให้ g | ความจริง | ผล |
|---|---|---|---|---|
| ADVANC | 3.4% | 1.6% | ~7% | ต่ำเกินไป |
| BDMS | 21.9% (ตัดปันผลพิเศษ) | 3.3% | ~4.7% | ต่ำไปเล็กน้อย |
| BH | 47.1% | 11.5% | ~5.5–8% | สูงเกินไป |
| CPALL | 59.2% | 12.3% | ~9–11% | สูงเล็กน้อย |
| CPN | 42.8% | 7.18% | ~9.8–13% | ต่ำเกินไป |
ไม่มีตัวไหนที่สูตรให้ค่าตรง
ใกล้ที่สุดคือ BDMS เมื่อตัดปันผลพิเศษ (ต่ำไป 1.4 จุด) และ CPALL (สูงไป 1.3–3.3 จุด) · ADVANC กับ CPN ต่ำไปหลายจุด BH สูงไป · ใช้สูตรเป็นตัวตรวจ consensus ไม่ใช่ตัวแทน ตรงกับข้อสรุปของ Bug 6 ในเล่ม CPALL
สูตร reinvestment rate — ทดสอบได้ครั้งแรกเพราะมี capex แล้ว แก้ 26 ก.ย.
Capex 24.00B − D&A 5.04B = 18.96B
Reinvestment rate = 18.96 ÷ 19.58 = 96.8%
g = ROIC 9.26% × 96.8% = 8.96%
| หุ้น | สูตรเดิม (ROE × retention) | สูตร reinvestment | ต่างกัน |
|---|---|---|---|
| BH | 11.5% | 9.5% | 2.0 จุด |
| CPALL | 12.3% | 0.65% | 11.7 จุด |
| CPN | 7.18% | 8.96% | 1.8 จุด |
สองสูตรให้ช่วง 7.2–9.0% — ใกล้กัน แต่ยังไม่ใช่การลู่เข้าหากัน
ต้นฉบับ v2 ได้ 8.70% กับ 8.96% ต่างกันแค่ 0.26 จุด และสรุปว่า "สองสูตรลู่เข้าหากัน ครั้งแรกในทั้งชุด" · แต่ 8.70% มาจาก payout 48.12% ซึ่งเป็นปันผลปี 2024 — ข้อสรุปแบบเดียวกันนี้ v1 ถอนไปแล้วเมื่อ 14 ก.ย. · ใช้ payout 57.17% ได้ 7.18% ห่างจากสูตร reinvestment 1.8 จุด ใกล้เคียง BH (2.0 จุด)
สิ่งที่ยังได้: CPN เก็บกำไรไว้ราว 43% แล้วลงทุน 24 พันล้านต่อปีในศูนย์การค้าจริง ไม่กองเป็นเงินสด สองสูตรจึงไม่แตกกันคนละทิศแบบ CPALL · ใช้สองสูตรเป็นกรอบช่วง 7.2–9.0% ไม่ใช่ตัวเลขเดียว — และ capex ที่ใช้ยังเป็นตัวเลขผูกพัน ไม่ใช่ตัวเลขจริงจากงบ
Projected Return 3 ปี (ที่ราคา 65)
| Bear | Base | Bull | |
|---|---|---|---|
| EPS growth ต่อปี | 4% | 8% | 12% |
| ที่มา | เป้า 5 ปีของบริษัท (~5%) หักแรงกดดัน | กลางช่วงที่สองสูตรให้ 7.2–9.0% | ผลจริง 1H26 +13.9% ต่อเนื่อง |
| EPS ปี 3 | 4.92 | 5.50 | 6.14 |
| Exit P/E | 12 | 14.9 | 17 |
| ราคาปี 3 | 59.0 | 82.0 | 104.4 |
| ปันผลสะสม 3 ปี | ~7.5 | ~8.1 | ~8.7 |
| มูลค่ารวม | 66.5 | 90.1 | 113.1 |
| CAGR รวมปันผลโดยประมาณ | +0.8% | +11.5% | +20.3% |
คิดแบบนับปันผลสะสมทั้งหมดไว้ที่ปลายปี 3 — ของจริงได้รับปันผลระหว่างทาง ผลตอบแทนแบบ IRR จึงสูงกว่าตัวเลขนี้เล็กน้อย (แก้ 13 ก.ย. ใน v1)
Base case ใช้ 8% เพราะอยู่กลางช่วงที่สองสูตรอิสระให้ (7.2–9.0%) และต่ำกว่า consensus 9.84% แก้ 26 ก.ย.ต้นฉบับ v2: "ใช้ 8% เพราะเป็นจุดที่สองสูตรอิสระให้คำตอบตรงกัน" — ตรงกันได้เพราะใช้ payout ปีเก่า ดูกล่องข้างบน
S5cCross-Check
| ผล | |
|---|---|
| เลนส์ A | PEG 1.86 ที่ growth 8% — กลางๆ ไม่ถูกไม่แพง |
| เลนส์ B | Base case 11.5% ต่อปี |
สองเลนส์ตรงกันว่าราคาสมเหตุผล มีส่วนเผื่อพอประมาณ
ความตึงที่เหลือ: เป้าของบริษัท (~5%) กับผลงานจริง (13.9%) ห่างกันเกือบสามเท่า
ถ้าเชื่อบริษัท Base case ควรเป็น 5% ไม่ใช่ 8% — ที่ P/E 14.9 เท่าเดิม ผลตอบแทนจะเหลือ ~8.5% ต่อปี (คำนวณใน S8) และจะเหลือ 6–7% ก็ต่อเมื่อ P/E ลดลงไปราว 14 ด้วย แก้ 26 ก.ย.ต้นฉบับ v2 เขียนว่า "ผลตอบแทนจะเหลือราว 6–7%" แต่ S8 ของเล่มเดียวกันคำนวณที่ growth 5% ได้ 8.5%
คำถามที่ต้องตอบก่อนลงเงิน: ทำไมผู้บริหารถึงตั้งเป้าต่ำกว่าที่ทำได้จริงขนาดนั้น — ตั้งเป้าอนุรักษ์นิยมเพื่อให้เกินง่าย หรือรู้ว่าการเติบโตปัจจุบันมาจากการเปิดโครงการพร้อมกันหลายแห่งซึ่งจะแผ่วลง · ข้อนี้ยังตอบไม่ได้จากข้อมูลสาธารณะ ต้องฟัง earnings call
S6Catalyst อัปเดต
บวก — หลายข้อเกิดแล้ว ไม่ใช่ความหวัง
- ค่าเช่าและบริการทำสถิติ 4 ไตรมาสติด — เกิดแล้ว
- อัตราการเช่า 91% — เกิดแล้ว
- Central Khonkaen Campus + Central Northville เปิดแล้ว — เกิดแล้ว (Northville ก.ค. 2026)
- ปรับปรุง Central Pinklao + Chaengwattana เสร็จ — เกิดแล้ว
- Deutsche Bank ย้ายสำนักงานใหญ่ไทยเข้า Central Park Offices — เกิดแล้ว
- The Phyll Khonkaen ขายหมดใน 3 วัน 1.6 พันล้าน — เกิดแล้ว
- พื้นที่ให้เช่าสุทธิ (NLA) +~8% จาก 4Q25 ถึงกลางปี 26 — เกิดแล้ว
- ขยายระดับลักชัวรีที่ภูเก็ต — ปลายปี 2026
- ต้นทุนหนี้ลดลง 10–20 bps — กำลังเกิด
- ธปท. ปรับประมาณการ GDP ขึ้นเป็น 2.3% — ปรับขึ้น ไม่ใช่ลง
ลบ
- เป้า 5 ปีของบริษัทเองชี้ว่าการเติบโตจะชะลอลงมาก (ค้าปลีก ~5%)
- ดอกเบี้ยไทยขยับขึ้น — bond 1.94% ก.ค. → 2.30% ก.ย. กระทบธุรกิจหนักสินทรัพย์โดยตรง
- capex ผูกพัน 120 พันล้านถึงปี 2029 — ลดความยืดหยุ่นถ้าเศรษฐกิจพลิก
S7Risk / Kill Criteria / Pre-mortem ปรับใหม่
Kill Trigger #1 ต้องปรับ — ตัวเลขจริงใกล้เส้นกว่าที่คิด
v1 ตั้งไว้ว่า "อัตราการเช่าต่ำกว่า 90%" ตอนนี้รู้แล้วว่าอยู่ที่ 91% — ห่างจากเส้นแค่ 1 จุด การแกว่งตามฤดูกาลปกติจะทำให้ trigger ทำงานโดยไม่มีอะไรผิดจริง
ปรับจาก occupancy < 90% เป็น occupancy < 88% ติดกัน 2 ไตรมาส พร้อมเพิ่มตัวชี้วัดที่ไวกว่า: ค่าเช่าต่อตารางเมตรลดลง YoY ซึ่งจับอำนาจต่อรองได้ตรงกว่า เพราะเจ้าของมักยอมลดค่าเช่าเพื่อรักษาอัตราการเช่าไว้ — ตัวเลขอัตราการเช่าจะดูดีทั้งที่กำลังเสียเปรียบ
Kill Triggers ฉบับปรับแล้ว
| # | Trigger | สถานะปัจจุบัน |
|---|---|---|
| 1 | occupancy ต่ำกว่า 88% ติดกัน 2 ไตรมาส | 91% — ห่างเส้น 3 จุด |
| 2 | ค่าเช่าต่อ ตร.ม. ลดลง YoY — ตัวไวที่สุด | ยังไม่มีข้อมูล ต้องดึงจาก 56-1 |
| 3 | FCF ต่ำกว่าเงินปันผลจ่าย 2 ปีติด ใหม่ | ครอบคลุม 1.48 เท่า |
| 4 | Net D/E ตามนิยามของบริษัท กลับขึ้นเกิน 0.65x ใหม่ | ~0.50 และลดลง |
| 5 | ROIC ต่ำกว่า 7% | 9.26% |
| 6 | Interest coverage ต่ำกว่า 4.0x | 7.04 |
| 7 | รายการพิเศษเกิน 15% ของกำไรสุทธิ | 2.1% |
| 8 | โครงการใหม่ไม่ถึงเป้าทราฟฟิกเกิน 2 โครงการติด | — |
Trigger #3 และ #4 เพิ่งตั้งได้เพราะมีข้อมูล capex — v1 ตั้งไม่ได้เลย · #4 แทน "Debt/EBITDA เกิน 4.5x" ของเดิม และต้องวัดด้วยนิยามเดียวกับที่บริษัทรายงานทุกครั้ง (ดู Net D/E ใน S0)
Pre-mortem (ทบทวน)
| ข้อ | v1 | v2 |
|---|---|---|
| 1. ดอกเบี้ยขึ้นจน WACC แซง ROIC | ยังอยู่ | ยังอยู่ และเป็นข้อที่หนักที่สุดในตอนนี้ — bond ขยับ 0.36 จุดใน 2 เดือน |
| 2. เศรษฐกิจซบพร้อมอุปทานใหม่ล้น | ยังอยู่ | ยังอยู่ แต่เบาลงเพราะ ธปท. ปรับ GDP ขึ้น และ occupancy 91% |
| 3. ปันผลมาจากการกู้ | ยังอยู่ | ตกไป FCF เป็นบวกและลดหนี้ได้จริง |
| 4. กำไรจากการตีมูลค่าบิด EPS | ยังอยู่ | เบาลงมาก รายการพิเศษแค่ 2.1% |
| 5. การเติบโตชะลอลงหา 5% ตามเป้าบริษัท | ไม่มีใน v1 | ใหม่ ความเสี่ยงหลักข้อใหม่ — ถ้าโตแค่ 5% ผลตอบแทนเหลือ ~8.5% ที่ P/E เท่าเดิม หรือ 6–7% ถ้า P/E หดด้วย ไม่ใช่ 11.5% แก้ 26 ก.ย. |
ความเสี่ยงหลักย้ายจาก "ไม่รู้ว่าเงินสดไปไหน" มาเป็น "ไม่รู้ว่าการเติบโตจะอยู่ที่ระดับไหน"
S8Entry & Sizing อัปเดต
ราคาสูงสุด — ย้อนจาก Base (มูลค่ารวมปี 3 = 90.1 บาท)
| Hurdle | ที่มา | ราคาสูงสุด | เทียบ 65 |
|---|---|---|---|
| 15% | ตำรา | 59.2 | สูงเกินไป 10% |
| 12% | 64.1 | สูงเกินไป 1% | |
| 9.3% | bond 2.30 + ERP 7% | 69.0 | ส่วนเผื่อ 6.2% |
| 8.3% | bond 2.30 + ERP 6% | 70.9 | ส่วนเผื่อ 9.1% |
ตรวจสอบด้วยกรณีอนุรักษ์นิยม (growth 5% ตามเป้าบริษัท)
EPS ปี 3 = 4.37 × 1.05³ = 5.06
ราคาปี 3 ที่ P/E 14.9 = 75.4 + ปันผล 7.7 = 83.1
CAGR รวมปันผลโดยประมาณ = 8.5% · ราคาสูงสุดที่ hurdle 9.3% = 63.6
สรุป: ที่ growth 8% มีส่วนเผื่อ 6% / ที่ growth 5% เต็มมูลค่าพอดีถึงแพงนิดหน่อย (63.6 ต่ำกว่าราคา 65 เล็กน้อย)
ERP 7% เหมาะสม
เพราะ asset turnover 0.18 ประกอบกับ Debt/EBITDA 3.28x และ capex ผูกพัน 120 พันล้าน ทำให้อ่อนไหวต่อต้นทุนเงินทุนเป็นพิเศษ และ WACC ที่ 6.03% สูงที่สุดในกลุ่มอยู่แล้ว
Sizing
- v1 บอกว่า "ไม่ควรเพิ่มน้ำหนักจนกว่าจะเห็น FCF" — เงื่อนไขนั้นผ่านแล้ว
- แต่มีเงื่อนไขใหม่มาแทน: ส่วนเผื่อแค่ 6% ที่ base case และหายไปหมดถ้าใช้เป้าของบริษัทเอง
- → ขนาดปานกลาง ทยอยสะสม ไม่ใช่เข้าทีเดียว จุดที่น่าสนใจกว่าคือต่ำกว่า 62
- → หมุดตรวจ: ผลประกอบการ 3Q26 ดูว่าการเติบโตยังอยู่ที่ระดับ 13% หรือเริ่มชะลอหา 8%
S9Devil's Advocate ทบทวน
| ข้อโต้แย้งจาก v1 | สถานะ |
|---|---|
| หุ้นวิ่งมา 45% แล้ว upside เหลือน้อย | เบาลง — ราคาย่อจาก 67 มา 65 และเป้า consensus ขยับขึ้นเป็น 71–74 |
| ลงทุน 110 พันล้านบนฐานหนี้ 116 พันล้าน | ยังอยู่ แต่ตัวเลขจริงคือ 120 พันล้าน และ net D/E กำลังลด ไม่ได้เพิ่ม |
| Asset turnover 0.18 อ่อนไหวดอกเบี้ย | ยังอยู่ และเป็นข้อที่หนักที่สุด |
| ROIC เหนือ WACC แค่ 3.2 จุด | ยังอยู่ แต่ WACC มีแนวโน้มลดจากต้นทุนหนี้ที่ถูกลง |
| ไม่มีใครแสดง FCF ให้ดู | ตกไป FCF ~16 พันล้าน ครอบคลุมปันผล 1.48 เท่า |
| ศูนย์การค้าถูก e-commerce กิน | ยังอยู่ในระยะยาว — แต่ occupancy 91% บอกว่ายังไม่ใช่ตอนนี้ |
ข้อโต้แย้งใหม่ที่เกิดจากข้อมูลใหม่ ใหม่
บริษัทเองตั้งเป้าค้าปลีกโตแค่ ~5% ต่อปีใน 5 ปีข้างหน้า ขณะที่ทำได้จริง 13.9% ในครึ่งปีนี้ ถ้าผู้บริหารที่รู้ธุรกิจดีที่สุดบอกว่า 5% แล้วเราจะใช้ 8–10% ในโมเดลด้วยเหตุผลอะไร
คำตอบที่ซื่อสัตย์: ยังไม่มีเหตุผลที่ดีพอ — เป็นช่องว่างที่ต้องปิดด้วยการฟัง earnings call ก่อนเพิ่มน้ำหนัก
What Must Be True
| # | เงื่อนไข | ตรวจสอบได้แล้วหรือยัง |
|---|---|---|
| 1 | อัตราการเช่าและค่าเช่าต่อ ตร.ม. ทรงหรือเพิ่ม | บางส่วน — occupancy 91% / ค่าเช่าต่อ ตร.ม. ยังไม่มีข้อมูล |
| 2 | ดอกเบี้ยไทยไม่ขึ้นแรง | ควบคุมไม่ได้ และกำลังขยับขึ้น |
| 3 | โครงการใหม่ได้ผลตอบแทนเหนือ WACC | บางส่วน — ROIC 9.26% > WACC 6.03% |
| 4 | Net D/E (นิยามของบริษัท) ไม่ทะลุ 0.65x | ผ่าน อยู่ที่ ~0.50 และลดลง |
| 5 | FCF รองรับปันผลได้โดยไม่ต้องกู้ | ยืนยันแล้ว 1.48 เท่า |
| 6 | กำไรส่วนใหญ่เป็นเงินสดจริง | ยืนยันแล้ว รายการพิเศษ 2.1% |
| 7 | การเติบโตอยู่ระดับ 8%+ ไม่ใช่ 5% ตามเป้าบริษัท ใหม่ | ยังตอบไม่ได้ ข้อชี้ขาด |
ข้อ 5 และ 6 ที่เคยเป็นช่องโหว่ใหญ่ที่สุด ปิดได้แล้วทั้งคู่ · เหลือข้อ 2 (ควบคุมไม่ได้) และข้อ 7 (ต้องหาข้อมูลเพิ่ม)
สิ่งที่ยังต้องดึง
| งาน | ระดับ |
|---|---|
| ค่าเช่าต่อตารางเมตรย้อนหลัง 5 ปี | สูง — ตัวชี้วัด moat ที่ตรงที่สุด |
| ฟัง earnings call Q2/26 เรื่องเป้า 5 ปี | สูง — ตอบข้อ 7 |
| Capex ที่เกิดขึ้นจริงรายปีจากงบกระแสเงินสด | สูง — ตอนนี้ใช้ตัวเลขผูกพัน ไม่ใช่ตัวเลขจริง |
| ราคาล่าสุด ณ วันที่ใช้จริง | สูง — ตัวเลขนี้ ณ 7 ก.ย. |
| แยก parent equity ออกจาก total equity (Bug 7) | กลาง |
| วิธีบันทึกอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (ราคาทุนหรือมูลค่ายุติธรรม) | กลาง |
| นิยาม net D/E ของบริษัท เทียบกับ net debt ÷ equity ในตาราง S0 (0.50 กับ 0.88) | กลาง |
| P/E band ย้อน 10 ปี แบบ median | กลาง |
สิ่งที่การอัปเดตนี้สอน framework
1. Data Completeness Gate (Bug 9) พิสูจน์แล้วว่าคุ้ม ยืนยัน
v1 ติดป้าย INCOMPLETE ไว้ ทำให้กลับมาเติมได้ตรงจุดและรู้ว่าต้องหาอะไร ถ้าปล่อยผ่านไปเฉยๆ จะไม่มีใครรู้ว่าตัวเลข expected CAGR ตั้งอยู่บนอากาศ
2. ข้อมูลที่หายไปมักหาได้จากที่อื่น ไม่ใช่จากงบ
capex 120 พันล้านไม่ได้อยู่ในหน้าสรุปอัตราส่วน แต่อยู่ใน guidance ที่ผู้บริหารพูดใน earnings call → เพิ่มใน S0: เมื่อข้อมูลงบขาด ให้หาจาก earnings call, presentation ของบริษัท และ IR page ก่อนยอมแพ้
3. สองสูตร growth ใช้เป็นกรอบช่วง ไม่ใช่ตัวเลขเดียว — Bug 6 ยังไม่ปิด แก้ 26 ก.ย.
ต้นฉบับ v2 สรุปว่า "สองสูตรลู่เข้าหากัน (CPN ต่างกัน 0.26 จุด) → ใช้ผลลัพธ์ได้อย่างมั่นใจ · ปิดประเด็น Bug 6" · เมื่อใช้ payout ปี 2025 CPN ต่างกัน 1.8 จุด ไม่ได้ลู่เข้าหากันกว่า BH (2.0 จุด)
ส่วนที่ยังใช้ได้: สองสูตรแตกกันมาก (CPALL 11.7 จุด) คือสัญญาณว่าต้องสืบว่าเงินหายไปไหน · สองสูตรใกล้กัน (CPN · BH) ให้ช่วงที่ใช้ตั้ง base case ได้ · ข้อสรุปของ Bug 6 เดิมยังอยู่ — ใช้สูตรเป็นตัวตรวจ consensus ไม่ใช่ตัวแทน
4. Kill trigger ต้องตั้งหลังรู้ตัวเลขจริง ไม่ใช่ก่อน (ขยาย Bug 4)
v1 ตั้ง occupancy < 90% โดยไม่รู้ว่าจริงอยู่ที่ 91% → trigger จะทำงานจากการแกว่งปกติ → เพิ่มใน S7: ทุก trigger ต้องแสดงระยะห่างจากค่าปัจจุบันเป็นตัวเลข ถ้าห่างน้อยกว่า 10% ให้ทบทวนว่าตั้งแน่นไปหรือไม่
5. Bug 14 — ต้องเทียบ guidance ของบริษัทกับ consensus เสมอ ใหม่
CPN: บริษัทตั้งเป้าค้าปลีก ~5% / consensus 9.84% / ผลจริง 13.9% — เมื่อสามตัวนี้ไม่ตรงกัน ช่องว่างคือ thesis ทั้งหมด ไม่ใช่รายละเอียดปลีกย่อย
→ เพิ่มใน S5a เป็นขั้นบังคับ: แสดง guidance บริษัท / consensus / ผลจริง เทียบกันทุกครั้ง และถ้าห่างกันเกินเท่าตัว ห้ามใช้ตัวใดตัวหนึ่งโดยไม่อธิบายว่าทำไม · อยู่ในกล่อง v1.1 ข้อ S5a แล้ว
แก้ 27 ก.ย.ต้นฉบับ v2 เรียกข้อนี้ Bug 12 · กล่อง v1.1 ใช้เลข 12 กับ accounting identity และ 13 กับ CAGR ที่ไม่ใช่ IRR ไปแล้ว จึงเป็น Bug 14
บันทึกการแก้ไข
26 กันยายน 2026 — v2 — เติมข้อมูลที่ v1 ขาด (capex, D&A, FCF, Q2/2026, อัตราการเช่า) สถานะ INCOMPLETE → COMPLETE
- ขึ้นตามต้นฉบับ v2 ทุกขั้น S0–S9 · S2/S3 ต้นฉบับบอกว่าไม่เปลี่ยน จึงใช้เนื้อหาของ v1 พร้อมหลักฐานและเป้า 5 ปีที่ v2 เพิ่ม
- Payout คงไว้ที่ 57.17% ตามที่แก้ 14 ก.ย. — ต้นฉบับ v2 กลับไปใช้ 48.12% · ส่วน "สองสูตรลู่เข้าหากัน 8.70% กับ 8.96%" เขียนใหม่เป็น 7.18% กับ 8.96% ห่าง 1.8 จุด · ที่มาของ base case 8% และบทเรียนข้อ 3 เปลี่ยนตาม — Bug 6 ยังไม่ปิด
- Net debt คงไว้ที่ 109.64B — ต้นฉบับ v2 ใส่เครื่องหมายลบกลับมาอีกครั้ง
- Net D/E ~0.50 ติดหมายเหตุว่าเป็นนิยามของบริษัท · net debt ÷ equity ในตาราง S0 ได้ 0.88 · kill trigger #4 และ What Must Be True ข้อ 4 ระบุนิยามให้ชัด
- "ถ้าโตแค่ 5% ผลตอบแทนเหลือ 6–7%" (S5c, pre-mortem) → ~8.5% ที่ P/E เท่าเดิม ตามที่ S8 คำนวณเอง · 6–7% ต้องมี P/E ลดลงไปราว 14 ด้วย
- FCF ÷ ปันผล 1.49 → 1.48 (15.95 ÷ 10.77)
- รายได้แยกธุรกิจปี 2024 รวมได้ 51,843 ไม่ใช่ 51,092 — ติดหมายเหตุ ยังไม่ได้ตรวจกับงบ
- Base case ของ v1 13.1% → v2 11.5% (growth 9.84% → 8% · ราคา 66 → 65 · Exit P/E 15.1 → 14.9) · เล่ม CPALL จึงกลายเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่ม แก้ตามในเล่ม CPALL
27 กันยายน 2026
- บทเรียนข้อ 5 เปลี่ยนเลขจาก Bug 12 เป็น Bug 14 ให้ตรงกับกล่อง v1.1 ในหน้ากรอบ ซึ่งใส่ข้อนี้ไว้ที่ S5a แล้ว — เลข 12 กับ 13 ในกล่องใช้ไปก่อนแล้ว
13 กันยายน 2026 (v1) — หลังตรวจความสอดคล้องภายในของตัวเลข
- Net debt ติดลบ → +109.64B — หนี้ 115.98B มากกว่าเงินสด 6.34B · Net debt = หนี้ − เงินสด
- P/BV 2.42 / 2.38 → 2.58 ฐานผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ (66 ÷ BVPS 25.57) · equity รวม 124.19B สูงกว่าฐาน BVPS ราว 9.4B ตาม Bug 7 ที่เล่ม CPALL เจอ
- Asset turnover ต่ำอย่างเดียวไม่ได้บอกความอ่อนไหวต่อดอกเบี้ย — เขียนใหม่ให้ผูกกับ Debt/EBITDA 3.28x และแผนลงทุน ทั้งใน S1 และ S8
- WACC สูงสุดในกลุ่มไม่ได้แปลว่าตลาดตัดสินว่าเสี่ยงกว่า — WACC เป็นค่าจากโมเดล
- ชื่อแถว "Expected CAGR" เปลี่ยนเป็น "CAGR รวมปันผลโดยประมาณ"
14 กันยายน 2026 (v1) — หลังตรวจปันผลกับ CPN IR และ SET
- Payout 48.12% → 57.17% ผลประกอบการปี 2025 ตามที่บริษัทประกาศ (ปันผล 2.40 บาท) · 48.12% เดิมตรงกับปันผลปี 2024 (2.10 บาท)
- สูตร sustainable growth: retention 51.88% → 42.83% · g 8.70% → 7.18% — ข้อสรุปว่า "สูตรทำงานกับ CPN" ไม่เหลือ
- ตาราง 5 ตัวแก้แถว CPN และแถว BDMS (ตัดปันผลพิเศษ 0.25 ตามที่ BDMS IR ยืนยัน) · กล่องสรุปเปลี่ยนเป็น "ไม่มีตัวไหนที่สูตรให้ค่าตรง"
- ประโยค "Retention เกินเกณฑ์ 20%" ใน S5b เขียนใหม่ให้บอกว่าเกณฑ์นั้นถูกถอนแล้ว พร้อมลิงก์ไปกล่อง v1.1
จัดทำตาม thesis-pipeline v1.0 · v2 อัปเดต 26 ก.ย. 2026 · สถานะ: COMPLETE · ราคา ณ 7 ก.ย. 2026 — ควรดึงราคาใหม่ก่อนใช้ · บันทึกส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน